ตรวจสอบแบริ่ง โดยสังเกตเสียง อุณหภูมิ และการสั่นสะเทือน หากพบความผิดปกติควรแก้ไขทันที พร้อมเติมจาระบีตามชนิดและปริมาณที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อให้แบริ่งทำงานได้อย่างราบรื่น
หากเป็นพัดลมขับด้วยสายพาน ควรตรวจสอบความตึงของสายพาน การสึกหรอ และแนวของพูลเลย์ เพื่อให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพและลดการสึกหรอของชิ้นส่วน
ตรวจสอบมอเตอร์ไฟฟ้า โดยวัดค่ากระแสไฟ แรงดัน และอุณหภูมิขณะทำงาน เพื่อประเมินสภาพของมอเตอร์และป้องกันความเสียหายจากการทำงานเกินพิกัด
หลังจากบำรุงรักษาเสร็จ ให้ทดลองเดินเครื่อง ตรวจสอบเสียง การสั่นสะเทือน ทิศทางการหมุน และค่าการทำงานต่าง ๆ หากทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงสามารถนำพัดลมกลับมาใช้งานได้
สุดท้าย ควรบันทึกผลการตรวจสอบและการบำรุงรักษาทุกครั้ง เพื่อใช้ติดตามสภาพเครื่องจักร วางแผนการซ่อมบำรุงในอนาคต และช่วยให้การดูแลรักษาพัดลมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น